เทรนด์พื้นลายก้างปลา (Herringbone) ปูยังไงให้ห้องดูกว้างและหรูขึ้น?

เทรนด์พื้นลายก้างปลา (Herringbone) ปูยังไงให้ห้องดูกว้างและหรูขึ้น?

เบื่อไหม? กับการปูพื้นลายตรงแบบเดิมๆ ที่ดูเรียบง่ายจนเกินไป…

ในปี 2026 นี้ เทรนด์การตกแต่งบ้านที่มาแรงที่สุดในกลุ่มดีไซเนอร์และโครงการหรูคือ “การปูพื้นลายก้างปลา” (Herringbone Pattern) ครับ

จากเดิมที่ลายก้างปลาเคยเป็นสัญลักษณ์ของพระราชวังยุโรปสุดคลาสสิกที่ติดตั้งด้วยวัสดุอันแพงลิ่วสุดหรู คือพื้นไม้จริง Solid Oak เป็นต้น ต้องขอบคุณเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่ได้สรรสร้าง พื้น SPC ทำให้เราสามารถเนรมิตพื้นลายนี้ได้ในราคาที่จับต้องได้ ติดตั้งไว และดูแลรักษาง่ายกว่าไม้จริงหลายเท่า

วันนี้ Double Floor จะมาแชร์เคล็ดลับของ Interior Designer ว่าจะปูพื้นยังไง ให้ห้องดู “กว้างขึ้น” และ “หรูหรา” ขึ้นทันตาเห็น ครับ

ทำความรู้จัก: พื้นลายก้างปลา (Herringbone) คืออะไร?

Herringbone (เฮอร์ริ่งโบน) คือรูปแบบการปูพื้นโดยนำแผ่นไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า มาวางทำมุม 90 องศา สลับกันเป็นฟันปลาคล้ายกับ “ก้างปลาเฮอร์ริ่ง”

เสน่ห์ของลายนี้: มันช่วยสร้าง “มิติ” (Depth) และ “ลูกเล่น” (Movement) ให้กับพื้นห้อง ทำให้ห้องดูไม่นิ่งเรียบจนเกินไป แสงและเงาที่ตกกระทบในแต่ละมุมจะทำให้สีพื้นดูมีมิติแตกต่างกันไปอย่างน่าทึ่ง

(หากคุณยังลังเลระหว่างพื้นแบบต่างๆ แนะนำให้อ่านเปรียบเทียบ: พื้น SPC vs ลามิเนต ต่างกันยังไง?)

2 เทคนิคปูพื้นก้างปลา “ให้ห้องดูกว้างและแพง”

หลายคนกลัวว่าปูลายเยอะๆ แล้วห้องจะดูแคบ ดูรก… ความจริงคือ “ถ้าปูถูกทิศ ห้องจะดูกว้างขึ้นทันที” ครับ นี่คือสูตรลับ:

1. ทิศทางของ “หัวลูกศร” ต้องพุ่งไปหาแสง

ลายก้างปลาจะมีลักษณะเป็นตัว V (เหมือนหัวลูกศร)

เทคนิค: ให้หันหัวลูกศร (V-Shape) พุ่งตรงไปยัง “หน้าต่าง” หรือ “ทิศที่มีแสงเข้า”

ผลลัพธ์: เส้นนำสายตาจะดึงมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำให้ห้องดูลึกและยาวขึ้นทันที (Infinity Effect)

2. เลือกสีให้ถูกสไตล์ (Color Selection)

อยากได้ห้องกว้าง (Muji / Minimal): เลือก SPC สี Natural Oak (สีไม้โอ๊คธรรมชาติ) หรือสีอ่อน ลายไม้จะไม่ตัดกันรุนแรง ทำให้ห้องดูสว่าง สะอาดตา และกว้างขวาง

อยากได้ความหรู (Modern Luxury / Classic): เลือก SPC สี Walnut (สีน้ำตาลเข้ม) หรือสี Golden Teak ความเข้มของไม้จะขับให้เฟอร์นิเจอร์ดูโดดเด่น และสร้างบรรยากาศขรึมขลังแบบผู้ดี

ระวังสับสน! Herringbone vs Chevron ต่างกันยังไง?

คนไทยมักเรียกเหมารวมว่าก้างปลา แต่จริงๆ มันต่างกันครับ:

Herringbone (ก้างปลา): แผ่นไม้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าปกติ มาวางขัดกัน 90 องศา (Double Floor จำหน่ายรุ่นนี้ เป็นรุ่นยอดฮิต)

Chevron (เชฟรอน): แผ่นไม้จะถูกตัดปลายเฉียง 45 องศา เมื่อนำมาชนกันจะเป็นรูปตัว V แหลมๆ เหมือนยศทหาร (หาช่างปูยากกว่า และวัสดุแพงกว่า)

ทำไมต้อง “พื้น SPC ลายก้างปลา” ของ Double Floor?

ในอดีตการปูพื้นก้างปลาด้วยไม้จริง ต้องใช้ช่างฝีมือระดับเทพ กาวต้องแน่น และใช้เวลานานมาก แต่ SPC Herringbone Collection ของเราแก้ปัญหาทุกอย่าง:

ระบบ Click Lock เฉพาะตัว: ออกแบบลิ้นล็อคซ้าย-ขวา (A-B Click) มาให้เข้ามุม 90 องศาได้เป๊ะๆ รอยต่อแนบสนิท น้ำไม่ซึม

สวยเหมือนไม้จริง แต่ทนกว่า: ผิวหน้าลายไม้เสมือนจริง แต่กันน้ำ 100% กันปลวก 100%

มีโฟมรองพื้นในตัว: เดินนุ่มสบายเท้า ไม่เกิดเสียงดังกรอบแกรบ

ข้อควรรู้ก่อนติดตั้ง (Budget Tips)

การปูพื้นลายก้างปลา จะมี เศษเสีย (Waste) จากการตัดเข้ามุมมากกว่าการปูลายตรงปกติ

ลายปกติ: เผื่อเศษ 10%

ลายก้างปลา: ต้องเผื่อเศษ 20%(อย่าลืมคำนวณงบประมาณส่วนนี้ด้วยนะครับ อ่านเพิ่มเติม: เช็กราคากลางปูพื้น SPC ปี 2569)

สรุป: เปลี่ยนห้องธรรมดา ให้เป็นห้องตัวอย่าง

ถ้าคุณอยากยกระดับบ้านให้ดูดีไซน์จัดๆ เหมือนหลุดออกมาจาก Pinterest โดยไม่ต้องจ่ายแพงเท่าไม้จริง พื้น SPC ลายก้างปลา คือคำตอบที่ดีที่สุดในปีนี้ครับ

อยากเห็นของจริงไหม?

ลายก้างปลาเป็นลายที่ “ต้องเห็นด้วยตา” ถึงจะรู้ว่าชอบสีไหน แวะมาดูห้องตัวอย่างที่ปูจริงได้ที่ Showroom ของเราครับ

ปรึกษาเรื่องพื้นก้างปลา หรือนัดดูหน้างาน:

โทร: 02-398-2228, 02-398-6896

Line ID: @DoubleFloor (มี @ นำหน้า)

Showroom: ดับเบิลฟลอร์ (ใกล้ BTS แบริ่ง) [คลิกดูแผนที่]

บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Double Floor Co., Ltd.

รวมภาพตัวอย่าง งานปูพื้นลายก้างปลา โดยทีมงาน Double Floor

งานปูพื้นลายก้างปลา 1

งานปูพื้นลายก้างปลา 2

งานปูพื้นลายก้างปลา 3

งานปูพื้นลายก้างปลา 4

งานปูพื้นลายก้างปลา 5

งานปูพื้นลายก้างปลา 6

งานปูพื้นลายก้างปลา 7

งานปูพื้นลายก้างปลา 8