ความหนาพื้น SPC 4mm, 5mm, 6mm และ 10mm เลือกแบบไหนดี?

เวลาคุณไปเดินเลือกซื้อพื้น SPC ตามห้างหรือร้านวัสดุ เคยสงสัยไหมครับ?

“ทำไมลายไม้เหมือนกันเปี๊ยบ แต่อันนึงราคา 300 กว่าบาท อีกอันราคา 600 บาท?”

พอถามคนขาย ก็บอกแค่ว่า “อ๋อ… อันนี้หนากว่าครับพี่”

แล้วความหนาที่เพิ่มขึ้นมาแค่ 1-2 มิลลิเมตร (mm) มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ? คุ้มไหมที่จะจ่ายเพิ่ม? หรือถ้าจะรื้อพื้นเก่าปูใหม่ ควรใช้หนาเท่าไหร่ถึงจะพอดี?

วันนี้ Double Floor ในฐานะโรงงานผู้ผลิต จะมาไขความลับเรื่อง “ความหนาพื้น SPC” (Thickness) ที่ร้านทั่วไปอาจไม่ได้อธิบายให้คุณฟังแบบเจาะลึก เพื่อให้คุณเลือกสเปกได้คุ้มค่าที่สุดครับ

(อ่านพื้นฐานก่อนเลือกซื้อ: สรุปครบจบ! พื้น SPC คืออะไร?)

1. เข้าใจโครงสร้าง: “หนา” ตรงไหนสำคัญที่สุด?

ก่อนจะไปดูตัวเลขความหนา ต้องเข้าใจก่อนว่า ความหนาของพื้น SPC แบ่งเป็น 2 ส่วนที่ต้องโฟกัส:

ความหนาแกนกลาง (Core Thickness): คือเนื้อวัสดุ SPC (หิน+พลาสติก) ยิ่งหนา = ยิ่งแข็งแรง ลิ้นคลิกไม่แตกง่าย

ความหนาชั้นกันสึก (Wear Layer): คือฟิล์มใสๆ ที่เคลือบผิวหน้า ยิ่งหนา = ยิ่งทนรอยขีดข่วน (อันนี้สำคัญมากแต่คนมักลืมดู!)

⚠️ ระวังกลลวง: บางร้านบอกว่า “รุ่นนี้หนา 5 มิล” แต่ความจริงคือ เนื้อไม้ 4 มิล + โฟม 1 มิล … แบบนี้ในวงการช่างเรียกว่า “รุ่น 4 มิล” นะครับ! (เวลาเช็คสเปก ต้องถามให้ชัวร์ว่า ความหนาเฉพาะเนื้อไม้ เท่าไหร่)

2. ความลับเรื่องตัวเลข: ทำไม Double Floor ถึง “หนากว่า” สเปกทั่วไป?

เพื่อความเข้าใจง่ายเวลาสื่อสาร เรามักจะเรียกชื่อรุ่นเป็นตัวเลขกลมๆ เช่น 4mm, 5mm, 6mm และ 10mm แต่ในความเป็นจริง พื้น SPC ของ Double Floor ทุกรุ่น เราผลิตสเปกเผื่อความหนาให้มากกว่ามาตรฐานตลาด (Over-spec) เพื่อความแข็งแรงที่เหนือกว่า นี่คือ “สเปกจริง” ของหน้าตัดแผ่นไม้เราครับ:

รุ่น 4mm ➡️ สเปกจริงคือ 4.30 mm (ได้ความแน่นและแข็งแรงกว่า 4.0 มิลทั่วไป)

รุ่น 5mm ➡️ สเปกจริงคือ 5.30 mm (เพิ่มความหนาให้คลิกล็อคแข็งแกร่งเป็นพิเศษ)

รุ่น 6mm ➡️ สเปกจริงคือ 6.50 mm (หนาพิเศษ รองรับน้ำหนักระดับ Commercial)

รุ่น 10mm ➡️ สเปกจริงคือ 10.50 mm (นวัตกรรมหนาที่สุด เพื่อปูทับแทนลามิเนตเดิมพอดีเป๊ะ)

3. เปรียบเทียบ 4 รุ่นยอดฮิต: 4mm vs 5mm vs 6mm vs 10mm

รุ่น Standard: หนา 4 mm (สเปกจริง 4.30 mm) – รุ่นประหยัด

สเปกทั่วไป: แกน SPC 4.30mm + Wear Layer 0.3mm

ความรู้สึก: เดินแล้วจะรู้สึกแข็งๆ นิดนึง (ถ้าพื้นเดิมไม่เรียบ จะรู้สึกยวบยาบได้ง่าย)

ข้อดี: ราคาถูกที่สุด สบายกระเป๋า

เหมาะกับใคร: บ้านเช่า, คอนโดปล่อยเช่า, ห้องเก็บของ, หรือบ้านที่มีพื้นเดิมเรียบกริบจริงๆ

รุ่น Premium: หนา 5 mm (สเปกจริง 5.30 mm) – ⭐ รุ่นขายดีที่สุด!

สเปกทั่วไป: แกน SPC หนาพิเศษ + IXPE Foam ในตัว + Wear Layer 0.3mm – 0.5mm

ความรู้สึก: เดินแน่นเท้ากว่า ให้ความรู้สึก Solid มากกว่ารุ่น 4mm อย่างชัดเจน เนื่องจากรองด้วย IXPE Foam ด้านล่างมาในตัววัสดุเลย ทำให้แข็งแรง ทนทานมาก ไม่ยวบ

ข้อดี: ลิ้นคลิกล็อคหนาและแข็งแรงกว่ามาก ยึดเกาะกันแน่น ไม่หลุดง่าย ทนแรงกดทับได้ดี

เหมาะกับใคร: บ้านพักอาศัยทั่วไป, ห้องนอน, ห้องรับแขก ที่ต้องการความทนทานระยะยาว 10 ปี+

รุ่น Luxury: หนา 6 mm (สเปกจริง 6.50 mm) – รุ่นท็อป

สเปกทั่วไป: แกน SPC หนาพิเศษ + IXPE Foam ในตัว + Wear Layer 0.5mm

ความรู้สึก: เดินแล้วนุ่มแน่น คล้ายไม้จริงมากที่สุด เก็บเสียงเดินได้ดีที่สุด

ข้อดี: แข็งแรงถึกทนระดับ Commercial Grade รองรับน้ำหนักเฟอร์นิเจอร์หนักๆ ได้ดี

เหมาะกับใคร: โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า, ออฟฟิศที่มีคนเดินเยอะๆ หรือบ้านหรูที่ต้องการสเปกดีที่สุด

รุ่น Heavy-Duty: หนา 10 mm (สเปกจริง 10.50 mm) – ⭐ นวัตกรรมเพื่องานรีโนเวท

สเปกทั่วไป: แกนหนา 8.50mm + IXPE Foam 2.0mm + Wear Layer 0.5mm

ความรู้สึก: แน่น หนึบ ให้สัมผัสการเดินที่มีมิติเสมือนไม้ธรรมชาติที่สุด (ด้วยผิวหน้าแบบ EIR)

ข้อดี: ออกแบบมาเพื่อ “รื้อลามิเนตเก่า แล้วปูแทนที่” ได้ทันที! (ลามิเนตเดิมหนา 8mm + โฟม 2mm = 10mm) เมื่อปูรุ่นนี้ ระดับพื้นจะเท่าเดิมเป๊ะ ไม่ต้องเสียเงินตัดบานประตู หรือแก้บัวเชิงผนังใหม่

เหมาะกับใคร: งานรีโนเวทบ้านจัดสรรที่ต้องการรื้อลามิเนตบวมน้ำ หรือผู้ที่ต้องการวัสดุที่ทนทานที่สุดในตลาด

4. ความลับเรื่อง “Wear Layer” (ชั้นกันสึก)

นอกจากความหนาของแผ่นแล้ว สิ่งที่กำหนดราคาคือ Wear Layer ครับ

0.3 mm: มาตรฐานสำหรับบ้านพักอาศัย (Home Use) กันรอยขีดข่วนทั่วไปได้ดี

0.5 mm: เกรดห้างสรรพสินค้า (Commercial Use) ทนแรงลากเข็น ทนรองเท้าส้นสูง ถ้าคุณเลี้ยงหมาตัวใหญ่ หรือทำออฟฟิศ แนะนำให้หารุ่นที่มี Wear Layer 0.5 mm ครับ

(อยากรู้งบประมาณแต่ละรุ่น? เช็คที่นี่: ตารางราคาพื้น SPC รุ่น 4mm vs 5mm vs 10mm ปี 2569)

5. พื้นบาง vs พื้นหนา กับการเตรียมหน้างาน

เรื่องนี้สำคัญมาก! ยิ่งคุณเลือกพื้น SPC รุ่นที่ “บาง” (4mm) คุณยิ่งต้องซีเรียสเรื่อง “ความเรียบของพื้นเดิม”

รุ่น 4mm: พื้นเดิมต้องเรียบกริบระดับกระจก ห้ามมีคลื่น ห้ามเป็นแอ่ง เพราะลิ้นมันบาง ถ้าเหยียบลงไปในจุดที่เป็นแอ่ง ลิ้นจะหักทันที

รุ่น 5mm, 6mm และ 10mm: พอจะ “ให้ตัว” ได้บ้างเล็กน้อย (แต่ก็ควรเรียบอยู่ดี)

คำแนะนำจากช่าง: หากพื้นเดิมของคุณเป็นปูนขัดมันที่เป็นคลื่น หรือกระเบื้องที่ปูไม่เสมอ แนะนำให้ทำ บริการปรับพื้น Self Leveling ก่อนปูเสมอ ไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหนก็ตาม เพื่อให้งานออกมาเนี๊ยบที่สุดครับ

สรุป: เลือกแบบไหนดีให้คุ้มตังค์?

งบจำกัด / ปูให้เช่า: เลือก รุ่น 4mm ก็เพียงพอ (แต่ต้องมั่นใจว่าพื้นเดิมเรียบ)

อยู่เองยาวๆ / สร้างบ้านใหม่: กัดฟันเพิ่มเงินอีกนิดเลือก รุ่น 5mm หรือ 6mm คุ้มกว่ามากครับ เพราะได้ความแข็งแรงของลิ้นคลิก และความแน่นเท้าที่ต่างกันคนละเรื่อง

รีโนเวทบ้าน / รื้อลามิเนตเก่า: ต้องเลือก รุ่น 10mm (10.50mm) เท่านั้นครับ จบปัญหาเรื่องระดับพื้นทรุด และได้ความทนทานที่สุดในตลาด

ที่ Double Floor เราคัดสรรพื้น SPC เกรดโรงงานมาให้คุณเลือกครบทุกสเปก พร้อม Wear Layer เต็มจำนวน และที่สำคัญ มีโฟมรองพื้นแถมในตัวทุกรุ่น!

ไม่แน่ใจว่าหน้างานของคุณ ต้องใช้ความหนาเท่าไหร่? ทักมาปรึกษา หรือเข้ามาลองเดินเหยียบของจริงเทียบกันได้เลยที่ Showroom ครับ

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ Double Floor:

โทร: 02-398-2228 , 062-724-3999

Line ID: @DoubleFloor (มี @ นำหน้า)

ดูสินค้าจริง: Showroom ดับเบิลฟลอร์ (บางนา) [คลิกดูแผนที่]

 

รื้อลามิเนตเก่า ปูอะไรแทน? แนะนำ พื้น SPC 10.50 mm หนาที่สุดในตลาด

ปัญหาโลกแตกอันดับ 1 ของคนรีโนเวทบ้านจัดสรรคือ “พื้นลามิเนตเดิมบวมน้ำ โดนปลวกกิน จนต้องรื้อทิ้ง” แต่พอรื้อออกแล้ว จะหาวัสดุอะไรมาปูแทนให้ “ระดับพื้นเท่าเดิมเป๊ะ” โดยไม่ต้องเสียเงินจ้างช่างมาตัดบานประตู หรือรื้อบัวเชิงผนังใหม่?

วันนี้ Double Floor ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ช่างและสถาปนิกต่างรอคอย! ขอแนะนำ Jumbo Heavy-Duty SPC Flooring หนา 10.50 mm. พื้น SPC ที่หนาที่สุด แข็งแกร่งที่สุดในตลาด และเกิดมาเพื่อแก้ปัญหางานรีโนเวทพื้นลามิเนตโดยเฉพาะครับ!

ปัญหาคลาสสิก: ทำไมรื้อลามิเนตแล้วปู SPC รุ่นทั่วไปถึง “มีปัญหา”?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราต้องเข้าใจโครงสร้างพื้นเดิมของบ้านโครงการทั่วไปก่อนครับ:

พื้นลามิเนตเดิม: มักจะใช้ไม้หนา 8 mm + โฟมรองพื้น 2 mm = ความหนารวม 10 mm.

ปัญหาที่เกิด: หากคุณรื้อลามิเนตออก แล้วไปซื้อพื้น SPC รุ่นมาตรฐาน (หนา 4 mm หรือ 5 mm) มาปูแทน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ระดับพื้นจะทรุดลงไปเกือบครึ่งเซนติเมตร”

ผลกระทบ: ใต้บานประตูจะมีช่องโหว่ให้แอร์ออก ขอบบัวเชิงผนังจะลอยขึ้นจากพื้น หรือ กรณีเปลี่ยนบัวพื้นใหม่ จะเห็นขอบผนังที่ไม่ได้ทาสี หรือ ขอบวอลเปเปอร์ที่ขาดไป

พระเอกขี่ม้าขาว: “SPC 10.50 mm.” ปูแทนได้เลย ระดับเป๊ะ 100%

Double Floor ออกแบบรุ่น Jumbo Heavy-Duty มาด้วยสเปก ความหนารวม 10.50 มิลลิเมตร (เนื้อ SPC 8.50 mm. + โฟม IXPE 2.0 mm.)

ความหนาระดับนี้ตอบโจทย์งานรีโนเวทขั้นสุด เพราะเมื่อคุณรื้อลามิเนตเก่าออก (ที่หนา 10.50 มิลลิเมตร) คุณสามารถนำแผ่น SPC 10.50 mm. ของเราสามารนำไปปูทับลงไปบนพื้นปูนเดิมได้ทันที!

ระดับพื้นเท่าเดิม: ไม่ต้องตัดประตู ไม่ต้องทาสีใหม่ ไม่ต้องติดวอลเปเปอร์ใหม่

จบปัญหาปลวกและน้ำ: คุณจะได้ระดับพื้นเดิมที่คุ้นเคย แต่ได้คุณสมบัติการ กันน้ำ 100% และ กันปลวก 100% มาแทนที่

ผ่าโครงสร้างระดับ Masterpiece: 10.50 mm. หนาชั้นไหนบ้าง?

ไม่ใช่แค่หนาเพื่อแก้ระดับพื้น แต่นี่คือ “สุดยอดสเปก” (Flagship) ที่ทนทานที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีพื้น SPC จะทำได้ โครงสร้างทั้ง 7 ชั้น ประกอบด้วย:

Double UV Coating: เคลือบสารกันรังสี UV ถึง 2 ชั้น ป้องกันสีซีดจางจากแสงแดด

Wear Layer 0.5 mm.: ชั้นกันรอยขีดข่วนเกรด Commercial (หนาที่สุด) ทนรอยขีดข่วนจากสัตว์เลี้ยงและการลากเฟอร์นิเจอร์หนักๆ

HD Decor Films: ฟิล์มลายไม้ความละเอียดสูงระดับ HD สีสันคมชัดสมจริง

LVT Sheet 1.0 mm. (Top): ชั้นไวนิลยืดหยุ่นพิเศษด้านบน ช่วยลดความกระด้าง ทำให้เดินนุ่มสบายเท้ากว่า SPC ทั่วไป

100% Virgin Extruding Diamond Core Board 6.0 mm.: แกนกลางหินผสมพลาสติกบริสุทธิ์หนาถึง 6 มิลลิเมตร แข็งแกร่งระดับเพชร รับน้ำหนักได้มหาศาล ลิ้นคลิกล็อคไม่มีหัก!

LVT Sheet 1.0 mm. (Bottom): ชั้นไวนิลซับแรงกระแทกด้านล่าง เพิ่มความเสถียรให้แผ่นไม้ไม่โก่งตัว

IXPE 2.0 mm.: โฟมรองพื้นพรีเมียมในตัว ช่วยดูดซับเสียงและป้องกันความชื้นจากพื้นปูน

(โครงสร้างแบบมี LVT ประกบแกนกลางแบบนี้ เรียกว่า ABA Structure ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ทำให้พื้นเดินไม่กรอบแกรบและทนทานที่สุด)

สัมผัสความงามที่เหนือกว่า ด้วยผิวหน้าแบบ EIR (Emboss in Registered)

ความหนาที่เพิ่มขึ้น มาพร้อมกับความสวยงามที่ยกระดับไปอีกขั้น! รุ่น 10.50 mm. มาพร้อมเทคโนโลยีผิวหน้าแบบ EIR (Emboss in Registered)

มันคืออะไร?: เป็นการผลิตร่องรอยนูนต่ำบนผิวสัมผัส ให้ “ตรงเป๊ะ” กับตาไม้และเส้นสายบนแผ่นฟิล์มภาพ

ความรู้สึกที่ได้: เมื่อคุณเดินเท้าเปล่า หรือลูบด้วยมือ คุณจะสัมผัสได้ถึงร่องไม้ที่สมจริง (Realistic Impression) ให้ความรู้สึกหรูหรา และมีมิติเสมือนพื้นไม้ธรรมชาติจริงๆ แตกต่างจากพื้น SPC ผิวเรียบทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

7 เฉดสีลายไม้ สไตล์บ้านหรู (Jumbo Size)

แผ่นไม้รุ่นนี้ยังออกแบบมาในขนาด Jumbo Size (กว้าง 230 mm x ยาว 1500 mm) ซึ่งกว้างและยาวกว่ารุ่นปกติ ช่วยลดรอยต่อ ทำให้ห้องดูกว้างขวางและโอ่อ่ามากขึ้น โดยมีให้เลือก 7 เฉดสีคัดพิเศษ:

MAPLE (JH 8007): สว่าง สีไม้เมเปิ้ล ละมุน สไตล์ Muji / Minimal

MAHOGANY (JH 8020): สีไม้มะฮอกกานี หรูหรา อบอุ่นแบบนุ่มลึก

DARK OAK (JH 1107): สีเทาเข้มขรึม ดุดัน สไตล์ Modern Loft

EUCALYPTUS (JH 6242): สีเทาอ่อนสว่าง ห้องดูโปร่ง สะอาดตา

BEECH (JH 6233): สีไม้บีช อมเทา สไตล์นอร์ดิก

HONEY MAPLE (JH 6234): สีน้ำตาลทอง สว่างสดใส อารมณ์รีสอร์ท

DARK WALNUT (JH 9232): สีน้ำตาลเข้มพรีเมียม ตอบโจทย์งาน Classic Luxury

สรุป: ทำไมต้องอัปเกรดเป็น SPC 10.50 mm. จาก Double Floor?

ถ้าคุณกำลังจะรีโนเวทบ้าน รื้อลามิเนตเก่า และมีงบประมาณที่พร้อมลงทุนเพื่อ “สิ่งที่ดีที่สุด” พื้น SPC 10.50 mm. คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวครับ คุณจะได้ทั้งการแก้ปัญหาระดับพื้น ความทนทานระดับ Heavy-Duty สัมผัสที่นุ่มสบายเท้าจากชั้น LVT และผิวสัมผัสสมจริงแบบ EIR ทั้งหมดนี้ จบ ในตัวเดียว!

รื้อพื้นเก่า ปูพื้นใหม่ มั่นใจ Double Floor! เรามีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญพร้อมประเมินหน้างาน และดำเนินการรื้อถอนลามิเนตเก่า พร้อมติดตั้งพื้นใหม่แบบครบวงจร (One-Stop Service)

ส่งรูปหน้างานมาประเมินงบประมาณได้ ฟรี!

โทร: 02-398-2228 , 062-724-3999

Line ID: @DoubleFloor (มี @ นำหน้า)

สัมผัสผิว EIR ของจริง: Showroom ดับเบิลฟลอร์ (บางนา) [คลิกดูแผนที่]

พื้นลายก้างปลา (Herringbone) ปูยังไงให้ห้องดูกว้างและหรูขึ้น?

เบื่อไหม? กับการปูพื้นลายตรงแบบเดิมๆ ที่ดูเรียบง่ายจนเกินไป…

ในปี 2026 นี้ เทรนด์การตกแต่งบ้านที่มาแรงที่สุดในกลุ่มดีไซเนอร์และโครงการหรูคือ “การปูพื้นลายก้างปลา” (Herringbone Pattern) ครับ

จากเดิมที่ลายก้างปลาเคยเป็นสัญลักษณ์ของพระราชวังยุโรปสุดคลาสสิกที่ติดตั้งด้วยวัสดุอันแพงลิ่วสุดหรู คือพื้นไม้จริง Solid Oak เป็นต้น ต้องขอบคุณเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่ได้สรรสร้าง พื้น SPC ทำให้เราสามารถเนรมิตพื้นลายนี้ได้ในราคาที่จับต้องได้ ติดตั้งไว และดูแลรักษาง่ายกว่าไม้จริงหลายเท่า

วันนี้ Double Floor จะมาแชร์เคล็ดลับของ Interior Designer ว่าจะปูพื้นยังไง ให้ห้องดู “กว้างขึ้น” และ “หรูหรา” ขึ้นทันตาเห็น ครับ

ทำความรู้จัก: พื้นลายก้างปลา (Herringbone) คืออะไร?

Herringbone (เฮอร์ริ่งโบน) คือรูปแบบการปูพื้นโดยนำแผ่นไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า มาวางทำมุม 90 องศา สลับกันเป็นฟันปลาคล้ายกับ “ก้างปลาเฮอร์ริ่ง”

เสน่ห์ของลายนี้: มันช่วยสร้าง “มิติ” (Depth) และ “ลูกเล่น” (Movement) ให้กับพื้นห้อง ทำให้ห้องดูไม่นิ่งเรียบจนเกินไป แสงและเงาที่ตกกระทบในแต่ละมุมจะทำให้สีพื้นดูมีมิติแตกต่างกันไปอย่างน่าทึ่ง

(หากคุณยังลังเลระหว่างพื้นแบบต่างๆ แนะนำให้อ่านเปรียบเทียบ: พื้น SPC vs ลามิเนต ต่างกันยังไง?)

เทคนิคปูพื้นก้างปลา

2 เทคนิคปูพื้นก้างปลา “ให้ห้องดูกว้างและแพง”

หลายคนกลัวว่าปูลายเยอะๆ แล้วห้องจะดูแคบ ดูรก… ความจริงคือ “ถ้าปูถูกทิศ ห้องจะดูกว้างขึ้นทันที” ครับ นี่คือสูตรลับ:

1. ทิศทางของ “หัวลูกศร” ต้องพุ่งไปหาแสง

ลายก้างปลาจะมีลักษณะเป็นตัว V (เหมือนหัวลูกศร)

เทคนิค: ให้หันหัวลูกศร (V-Shape) พุ่งตรงไปยัง “หน้าต่าง” หรือ “ทิศที่มีแสงเข้า”

ผลลัพธ์: เส้นนำสายตาจะดึงมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำให้ห้องดูลึกและยาวขึ้นทันที (Infinity Effect)

2. เลือกสีให้ถูกสไตล์ (Color Selection)

อยากได้ห้องกว้าง (Muji / Minimal): เลือก SPC สี Natural Oak (สีไม้โอ๊คธรรมชาติ) หรือสีอ่อน ลายไม้จะไม่ตัดกันรุนแรง ทำให้ห้องดูสว่าง สะอาดตา และกว้างขวาง

อยากได้ความหรู (Modern Luxury / Classic): เลือก SPC สี Walnut (สีน้ำตาลเข้ม) หรือสี Golden Teak ความเข้มของไม้จะขับให้เฟอร์นิเจอร์ดูโดดเด่น และสร้างบรรยากาศขรึมขลังแบบผู้ดี

ระวังสับสน! Herringbone vs Chevron ต่างกันยังไง?

คนไทยมักเรียกเหมารวมว่าก้างปลา แต่จริงๆ มันต่างกันครับ:

Herringbone (ก้างปลา): แผ่นไม้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าปกติ มาวางขัดกัน 90 องศา (Double Floor จำหน่ายรุ่นนี้ เป็นรุ่นยอดฮิต)

Chevron (เชฟรอน): แผ่นไม้จะถูกตัดปลายเฉียง 45 องศา เมื่อนำมาชนกันจะเป็นรูปตัว V แหลมๆ เหมือนยศทหาร (หาช่างปูยากกว่า และวัสดุแพงกว่า)

ทำไมต้อง “พื้น SPC ลายก้างปลา” ของ Double Floor?

ในอดีตการปูพื้นก้างปลาด้วยไม้จริง ต้องใช้ช่างฝีมือระดับเทพ กาวต้องแน่น และใช้เวลานานมาก แต่ SPC Herringbone Collection ของเราแก้ปัญหาทุกอย่าง:

ระบบ Click Lock เฉพาะตัว: ออกแบบลิ้นล็อคซ้าย-ขวา (A-B Click) มาให้เข้ามุม 90 องศาได้เป๊ะๆ รอยต่อแนบสนิท น้ำไม่ซึม

สวยเหมือนไม้จริง แต่ทนกว่า: ผิวหน้าลายไม้เสมือนจริง แต่กันน้ำ 100% กันปลวก 100%

มีโฟมรองพื้นในตัว: เดินนุ่มสบายเท้า ไม่เกิดเสียงดังกรอบแกรบ

ข้อควรรู้ก่อนติดตั้ง (Budget Tips)

การปูพื้นลายก้างปลา จะมี เศษเสีย (Waste) จากการตัดเข้ามุมมากกว่าการปูลายตรงปกติ

ลายปกติ: เผื่อเศษ 10%

ลายก้างปลา: ต้องเผื่อเศษ 20%(อย่าลืมคำนวณงบประมาณส่วนนี้ด้วยนะครับ อ่านเพิ่มเติม: เช็กราคากลางปูพื้น SPC ปี 2569)

สรุป: เปลี่ยนห้องธรรมดา ให้สวยดูดีเหมือนห้องตัวอย่าง ด้วยพื้นลายก้างปลา

ถ้าคุณอยากยกระดับบ้านให้ดูดีไซน์จัดๆ เหมือนหลุดออกมาจาก Pinterest โดยไม่ต้องจ่ายแพงเท่าไม้จริง พื้น SPC ลายก้างปลา คือคำตอบที่ดีที่สุดในปีนี้ครับ

อยากเห็นของจริงไหม?

ลายก้างปลาเป็นลายที่ “ต้องเห็นด้วยตา” ถึงจะรู้ว่าชอบสีไหน แวะมาดูห้องตัวอย่างที่ปูจริงได้ที่ Showroom ของเราครับ

ปรึกษาเรื่องพื้นก้างปลา หรือนัดดูหน้างาน:

โทร: 02-398-2228

Line ID: @DoubleFloor (มี @ นำหน้า)

Showroom: ดับเบิลฟลอร์ (ใกล้ BTS แบริ่ง) [คลิกดูแผนที่]

บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Double Floor Co., Ltd.

รวมภาพตัวอย่าง งานปูพื้นลายก้างปลา โดยทีมงาน Double Floor

งานปูพื้นลายก้างปลา 1

งานปูพื้นลายก้างปลา 2

งานปูพื้นลายก้างปลา 3

งานปูพื้นลายก้างปลา 4

งานปูพื้นลายก้างปลา 5

งานปูพื้นลายก้างปลา 6

งานปูพื้นลายก้างปลา 7

งานปูพื้นลายก้างปลา 8