เจาะลึก พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา อัปเดตปี 2569: ทำไมแต่ละรุ่นถึงต่างกัน?
เมื่อเจ้าของบ้านระดับลักชัวรี หรือสถาปนิก เริ่มวางสเปกวัสดุปูพื้น คำถามที่มักตามมาเสมอคือ “พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา ตารางเมตรละเท่าไหร่?”
หากคุณลองค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต จะพบว่า ราคาไม้เอ็นจิเนียร์ นั้นมีช่วงความห่างที่กว้างมาก ตั้งแต่พันต้นๆ ไปจนถึงหลายพันบาทต่อตารางเมตร ทำไมไม้ที่หน้าตาคล้ายๆ กันถึงมีราคาต่างกัน?
วันนี้ Double Floor ในฐานะเบื้องหน้าผู้ทำการติดตั้ง และเบื้องหลังจากโรงงานผู้ผลิต จะมาตีแผ่ ทั้งเบื้องหน้า และ เบื้องหลัง และชำแหละโครงสร้าง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา อิงจากสเปกสินค้าจริง เพื่อให้คุณเข้าใจอย่างถ่องแท้ และเลือกสเปกไม้ได้คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไปที่สุดครับ
(หากคุณเพิ่งเริ่มศึกษา แนะนำให้อ่าน: เจาะลึก พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คืออะไร? ทำไมสถาปนิกถึงแนะนำ?)
3 ปัจจัยหลัก ที่กำหนด “พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา” จะถูกหรือแพง
ความลับของราคาที่แตกต่างกัน ไม่ได้อยู่ที่ค่าการตลาด แต่อยู่ที่ “สเปกและดีไซน์ของไม้” ล้วนๆ ครับ โดยอิงจากมาตรฐานของ Double Floor จะมี 3 ตัวแปรหลักดังนี้:
1. รูปแบบซีรีส์และการปู (Design Series) ⭐ ปัจจัยหลัก!
ดีไซน์ของแผ่นไม้คือสิ่งที่กำหนดราคาอย่างชัดเจนที่สุด ที่ Double Floor เราแบ่งไม้เอ็นจิเนียร์ออกเป็น 3 ซีรีส์หลัก ซึ่งมีระดับราคาต่างกันดังนี้:
ซีรีส์ 3 แถว (3 Strips): (ราคาสบายกระเป๋าที่สุด) เป็นการนำไม้ชิ้นเล็กมาประกอบเรียงต่อกัน 3 แถวใน 1 แผ่นใหญ่ (หน้ากว้างรวม 8 นิ้ว) ให้ลวดลายคล้ายการปูไม้ปาร์เกต์คลาสสิก ช่วยคุมงบประมาณได้ดีเยี่ยม
ซีรีส์ เต็มแผ่น (Full Plank): (รุ่นยอดนิยม ราคาปานกลาง-สูง) เป็นไม้แผ่นเต็มที่โชว์ลวดลายและตาไม้ได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ยิ่งเลือกหน้ากว้างมาก (มีตั้งแต่ 4″, 5″ ไปจนถึง 8″) พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา ก็จะยิ่งสูงขึ้นตามความหายากของขนาดความกว้างของหน้าไม้
ซีรีส์ ลายก้างปลา (Herringbone) และ ลายเชฟรอน (Chevron): (รุ่นหรูหรา ราคาสูงสุด) ออกแบบมาเพื่อปูขัดลายกันโดยเฉพาะ (กว้าง 6.5 – 12.0 ซม.) ราคารุ่นนี้จะสูงกว่ารุ่นอื่น เนื่องจากต้องใช้ความประณีตในการผลิตสูง และมีเปอร์เซ็นต์ “เศษไม้เสีย (Waste)” จากการตัดเข้ามุมหน้างานเยอะกว่าการปูแบบปกติ
2. ชนิดของไม้หน้า (Wood Species)
ไม้เอ็นจิเนียร์คือการนำ “ไม้จริง” มาผ่าทำเป็นผิวหน้า (Top Layer) ดังนั้นราคาจึงผันแปรตามความหายากของต้นไม้
ไม้กลุ่มสแตนดาร์ด (เช่น โอ๊ค, บีช, แอช): เป็นไม้ที่หาได้ง่ายกว่า ลายสวยชัดเจน นิยมนำมาย้อมสีสไตล์ Muji หรือ Modern
ไม้กลุ่มพรีเมียม (เช่น ไม้สัก Teak, ไม้วอลนัท Walnut, ไม้มะค่า): เป็นไม้ที่โตช้า หายาก มีลวดลายเอกลักษณ์ และทนทานสูง ทำให้ราคากระโดดสูงขึ้น
3. ความหนารวมของแผ่นไม้ (Total Thickness)
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทั่วไปในตลาดอาจมีความหนาเพียง 10-12 มม. แต่สำหรับ Double Floor เราใช้ความหนามาตรฐานที่ 13 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นความหนาที่ให้ “ความรู้สึกแน่นเท้า” เหมือนเดินบนไม้ Solid แท้ๆ รองรับน้ำหนักได้ดี และมีความเสถียร ไม่โก่งตัวง่าย
สรุปโครงสร้างงบประมาณ: ปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราลองมาจำลอง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา (ต่อตารางเมตร) แบบประเมิน (รวมค่าของและค่าแรงติดตั้งแบบทากาว PU) สำหรับปี 2569 แบ่งตามซีรีส์ยอดฮิตครับ:
ซีรีส์ 3 Strips
8 นิ้ว (แบบ 3 แถว)
~1,200 – 1,500 บ.
~350 – 550 บ.
~1,550 – 2,050 บาท
ซีรีส์ Full Plank
4 / 5 / 8 นิ้ว
~1,500 – 2,800+ บ.
~350 – 550 บ.
~1,850 – 3,350+ บาท
ซีรีส์ Herringbone
6.5 – 12.0 ซม.
~2,200 – 3,500+ บ.
~550 – 750 บ.
~2,750 – 4,250+ บาท
(หมายเหตุ: ราคานี้เป็นราคาประเมินเบื้องต้น (ต่อตารางเมตร) พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา จริงจะขึ้นอยู่กับชนิดไม้ที่เลือก (เช่น โอ๊ค หรือ สัก) และโปรโมชั่นในแต่ละเดือน โปรดสอบถามฝ่ายขายอีกครั้ง)
(หากงบประมาณนี้สูงเกินไป แนะนำให้ลองพิจารณาวัสดุทดแทน: เช็กราคาพื้น SPC ลายไม้ งบหลักร้อยต่อตารางเมตร)
ตัวอย่างการคำนวณราคาปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
(กรณีห้อง Master Bedroom พื้นที่จริง 30 ตร.ม.)
ตามมาตรฐานงานติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ จะต้องมีการคำนวณเผื่อตัดเข้ามุมเสียศษไม้ (Waste) จากการตัดเข้ามุมกำแพง และ มุมเสาต่างๆ ด้วย ดังนี้:
กรณีเลือกปูแนวตรง (ซีรีส์ Full Plank หรือ 3 Strips): > ต้องเผื่อเศษไม้ที่ 10% (พื้นที่ 30 ตร.ม. + 10% = 33 ตร.ม.) สมมติเลือกซีรีส์ Full Plank (ไม้โอ๊ค) ราคาพร้อมติดตั้งทากาว PU ที่ 2,500 บาท/ตร.ม. = 33 ตร.ม. x 2,500 บาท = งบประมาณรวมทั้งสิ้น 82,500 บาท (โดยประมาณ)
กรณีเลือกปูลายก้างปลา (ซีรีส์ Herringbone): > ต้องเผื่อเศษไม้เยอะกว่าปกติที่ 20% (พื้นที่ 30 ตร.ม. + 20% = 36 ตร.ม.) สมมติเลือกซีรีส์ Herringbone (ไม้โอ๊ค) ราคาพร้อมติดตั้งทากาว PU ที่ 3,200 บาท/ตร.ม. = 36 ตร.ม. x 3,200 บาท = งบประมาณรวมทั้งสิ้น 115,200 บาท (โดยประมาณ)
ทำไมต้องสั่งไม้เอ็นจิเนียร์ กับ Double Floor?
เมื่อคุณทราบแล้วว่า พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา อยู่ในระดับพรีเมียม การเลือกผู้ผลิตจึงสำคัญมาก ที่ Double Floor เรามีข้อได้เปรียบที่ร้านค้าทั่วไปให้คุณไม่ได้:
เป็นโรงงานผู้ผลิตโดยตรง: เราคุมคุณภาพตั้งแต่การอบไม้ การอบกันมอด และ กันปลวก การอัดกาวขวางเสี้ยน ไปจนถึงการเคลือบผิว ทำให้ได้ความหนามาตรฐาน ที่แข็งแรงทนทาน
สั่งย้อมสีพิเศษได้ (Custom Color): หากคุณเป็นสถาปนิก ผู้ออกแบบ หรือมีแบบ Reference ในใจ คุณสามารถเลือกไม้ซีรีส์ Full Plank หรือ Herringbone แล้วสั่งให้เรา “ย้อมสีและเคลือบ UV” ให้ตรงกับ Mood & Tone ของบ้านคุณได้ 100% โดยเราได้ผลิตพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ได้ตามสเปคของช้อปดังจากต่างประเทศ เพื่อติดต้ังในช้อปในประเทศไทย มาแล้วเช่นร้าน ALDO, Birkenstock, Calvin Klein, Dean&Deluca, Erwin Sattler, Givenchy, Lacoste, Lancôme, Loccitane, Muji, Nabezo, Patek Philippe, Rolex, Zwilling และ สำนักงาน Agoda, Regus เป็นต้น นอกจากนี้เรายังผลิตไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ ให้กับโรงแรม และ รีสอร์ทต่างๆ อีกด้วย
มีไม้หายากพร้อมเสิร์ฟ: นอกจากไม้โอ๊ค (Oak) ยอดฮิตแล้ว เรายังมี ไม้สัก (Teak), ไม้วอลนัท (Walnut), ไม้เมอเบาว์ (Merbau) และไม้มะค่า (Jatoba) ไม้อิโรโก (Iroko) ให้เลือกครบจบในที่เดียว
“Double Floor ตัวจริงเรื่องพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ แบรนด์อันดับ 1 ที่สถาปนิกและโครงการหรูไว้วางใจ”
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องราคาพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
Q1: ค่าแรงติดตั้ง ทำไมถึงแพงกว่าการปูพื้นลามิเนตหรือกระเบื้องยาง SPC?
A: เพราะพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ต้องการความแน่นหนาและสุนทรียภาพสูงสุด การติดตั้งจึงต้องใช้ “ระบบทากาว (Glue Down)” โดยใช้กาว PU (โพลียูรีเทน) เกรดพิเศษ ในการติดตั้ง เพื่อป้องกันความชื้นจากกาว และลดเสียงสะท้อนเวลาเดิน ช่างจึงต้องใช้เวลาและความประณีตสูงกว่าการปูแบบคลิกล็อคทั่วไป ค่าแรงจึงสูงกว่าครับ
Q2: เลือกปูแบบลายก้างปลา (Herringbone) ทำไมถึงต้องใช้งบเยอะกว่าปกติ?
A: นอกจากราคาแผ่นไม้ซีรีส์ก้างปลาจะสูงกว่าซีรีส์ปกติแล้วเนื่องจากการตีลิ้นแบบ L&R การปูขัดลายทำมุม 90 องศา จะทำให้เกิด “เศษไม้เสีย (Waste)” จากการตัดเข้ามุมกำแพงมากกว่าการปูลายตรง ช่างจึงต้องแนะนำให้สั่งไม้เผื่อไว้ประมาณ 20% ของพื้นที่จริง (ในขณะที่ลายตรงเผื่อแค่ 10%) จึงเป็นสาเหตุให้งบประมาณรวมสูงขึ้นครับ
Q3: อยากสั่ง “ย้อมสีไม้พิเศษ (Custom Color)” ต้องจ่ายเพิ่มจากราคาปกติแพงไหม?
A: นี่คือข้อดีของการสั่งกับโรงงานโดยตรงครับ! หากคุณมีปริมาณพื้นที่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ (MOQ) ที่โรงงานกำหนด การสั่งทำสีพิเศษของ Double Floor จะยังอิงกับเรทราคามาตรฐานของไม้นั้นๆ เลยครับ ช่วยให้สถาปนิกคุมงบได้ง่าย ไม่ต้องไปจ้างช่างสีข้างนอกเพิ่มให้งบบานปลาย
Q4: ราคาประเมินต่อตารางเมตรนี้ รวมค่า “เตรียมหน้างาน” หรือยัง?
A: ราคาประเมิน (เช่น 2,100 – 3,150 บ./ตร.ม.) คือราคา “ค่าไม้ + ค่าแรงติดตั้งกาว PU” บนเงื่อนไขที่ว่า พื้นเดิมเรียบและได้ระดับแล้ว ครับ หากหน้างานจริง เป็นพื้นปูนที่โก่งและเป็นแอ่งกระทะ หรือเป็นคลื่น จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำ ปรับพื้น Self Leveling เพิ่มเติม (ประมาณ 250-550 บ./ตร.ม.) แนะนำให้ทีมช่างของเราเข้าไปประเมินหน้างานจริง จะได้งบที่เป๊ะที่สุดครับ
Q5: จ่ายแพงกว่าเพื่อ “พื้นไม้เอ็นจิเนียร์” คุ้มค่ากว่าวัสดุราคาถูกในระยะยาวอย่างไร?
A: คุ้มค่าในแง่ของ “มูลค่า (Property Value)” และ “การซ่อมบำรุง” ครับ วัสดุสังเคราะห์ราคาถูกหากเป็นรอยลึกหรือเก่าแล้วต้องรื้อทิ้งสถานเดียว แต่ไม้เอ็นจิเนียร์ (ที่มีความหนาหน้าไม้มาตรฐาน) เมื่อผ่านไป 10 ปี คุณสามารถจ้างช่างมา “ขัดเปิดหน้าไม้และทำสีใหม่ (Refinishing)” ในราคาหลักร้อยบาทต่อตารางเมตร พื้นบ้านคุณก็จะกลับมาสวยเหมือนเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ โดยไม่ต้องรื้อพื้นทิ้งเลยครับ
สรุป: ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยคุมงบประมาณให้คุณ
การประเมิน พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา ที่แม่นยำที่สุด คือการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรงครับ ไม่ว่าคุณจะต้องการซีรีส์ 3 Strips เพื่อคุมงบ หรือซีรีส์ Herringbone เพื่อยกระดับความหรูหรา Double Floor พร้อมให้คำปรึกษาและหา “จุดที่คุ้มค่าที่สุด” สำหรับบ้านของคุณ
ส่งแบบแปลนมาให้เราประเมินราคาฟรี (BOQ)
พร้อมรับคำแนะนำเรื่องสเปกไม้ และขอดูตัวอย่างสีไม้จริงได้ฟรี!
โทร: 02-398-2228, 062-724-3999
Line ID: @DoubleFloor (มี @ นำหน้า)
Showroom: ดับเบิลฟลอร์ (ใกล้ BTS แบริ่ง) [คลิกดูแผนที่]
สัมผัสไม้จริงด้วยมือคุณ: คลิกดูแคตตาล็อก พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ทั้ง 3 ซีรีส์
ตัวอย่าง ผลงานติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ by Double Floor
ร้าน ALDO ทั่วประเทศ (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผิวหน้าไม้โอ้ค ย้อมสี ปัดเสี้ยน)
ร้าน Lacoste ทั้วประเทศ (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ย้อมสี ปัดเสี้ยน)
ร้านอาหาร Nabezo (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผิวหน้าไม้โอ้ค ย้อมสีสัก)
ร้าน Muji ที่ ZEN @Central World
Regus พระโขนง
Regus บางนา
ร้าน Givenchy ที่ สยามพารากอน (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผิวหน้าไม้โอ้คย้อมสี สำหรับติดตั้งลายก้างปลา)
ร้าน Suvimol ที่ สยามพารากอน (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผิวน้าไม้โอ้ค ปัดเสี้ยนลึก และ ย้อมสีขาว สำหรับติดตั้ง ลายก้างปลา)
ร้าน Lancôme













