สำหรับคนรักบ้าน “ไม้จริง” คือที่สุดของความหรูหราและอบอุ่นที่วัสดุสังเคราะห์เลียนแบบไม่ได้ แต่ในสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย การปูพื้นไม้จริงทั้งแผ่น (Solid Wood) มักตามมาด้วยปัญหาปวดหัว ทั้งไม้โก่งตัว ขยายตัวจนพื้นระเบิด หรือราคาที่สูงลิบลิ่ว
ปี 2026 นี้ “พื้นไม้เอ็นจิเนียร์” (Engineered Wood Flooring) จึงกลายเป็นคำตอบที่สถาปนิกและโครงการระดับ Luxury เลือกใช้มากที่สุด
แต่พื้นไม้เอ็นจิเนียร์คืออะไร? ใช่ไม้อัดไหม? ทนทานแค่ไหน? วันนี้ Double Floor จะพาคุณไปเจาะลึกโครงสร้างและข้อดีของนวัตกรรมนี้กันครับ
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คืออะไร? (ไม่ใช่แค่ไม้อัด!)
หลายคนเข้าใจผิดว่า พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คือไม้เทียม หรือไม้อัดเกรดต่ำ แต่ความจริงแล้ว พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คือ “ไม้จริง” ที่ผ่านกระบวนการทางวิศวกรรม เพื่อลบจุดด้อยของไม้ธรรมชาติออกไป
โครงสร้างของมันประกอบด้วยไม้จริงฝานบางแปะทับอยู่ด้านบน และซ้อนทับด้วยชั้นไม้เนื้อแข็งวางสลับเสี้ยนด้านล่าง ทำให้ได้ “ผิวสัมผัสไม้จริง 100%” แต่มีความ “เสถียร” สูงกว่าไม้ Solid ธรรมดาหลายเท่า
ตัวอย่างไม้เอ็นจิเนียร์ลายก้างปลา
แคตาล็อกที่ผลิต มี 4 สี และ ย้อมสีได้ตามต้องการ
เจาะโครงสร้าง 3 ชั้น ของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ Double Floor
เพื่อให้ได้มาตรฐานส่งออก เราผลิตพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ดังนี้:
- ชั้นผิวหน้า (Top Layer / Veneer):นี่คือส่วนที่แพงที่สุด เป็น “ไม้จริงคัดเกรด” (เช่น ไม้สัก, ไม้โอ๊ค) หนาประมาณ 3-4 มม. นำมาอบไล่ความชื้นและเคลือบผิวด้วย UV Acrylic Lacquer เพื่อความทนทาน ทำให้คุณได้สัมผัสลายไม้และตาไม้ตามธรรมชาติแท้ๆ
- ชั้นแกนกลาง (Core Layer):ใช้ไม้เนื้อแข็ง (Hardwood) นำมาวางเรียงซ้อนกันแบบ “ขวางเสี้ยน” (Cross-grain) เทคนิคนี้สำคัญมาก เพราะช่วยหักล้างแรงบิดตัวของไม้ ทำให้พื้นไม่โก่ง ไม่ยืด และไม่หดตัวเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
- ชั้นล่างสุด (Backing Layer):แผ่นไม้ประกบหลังเพื่อสร้างสมดุล (Balance) ให้แผ่นไม้คงรูปตรง ไม่บิดงอ
ทำไมต้องเลือก “พื้นไม้เอ็นจิเนียร์” แทน “ไม้จริง (Solid)”?
หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหา ทำไมเศรษฐีและโรงแรม 5 ดาวถึงเริ่มหันมาใช้เอ็นจิเนียร์แทนไม้จริงทั้งแผ่น? นี่คือ 4 เหตุผลหลักครับ:
1. ทนทานต่อสภาพอากาศ (High Stability)
ไม้จริงทั้งแผ่น (Solid) มีนิสัย “ดิ้น” ตามความชื้น หน้าฝนไม้ขยาย หน้าหนาวไม้หด ทำให้เกิดร่องห่างหรือพื้นระเบิด แต่ด้วยโครงสร้างแบบขวางเสี้ยนของไม้เอ็นจิเนียร์ ทำให้ปัญหานี้แทบจะเป็นศูนย์
2. ผิวสัมผัสคือไม้จริง 100% (Real Touch)
ต่างจากพื้น SPC หรือลามิเนตที่ใช้ “ฟิล์มลายไม้” พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ให้สัมผัสที่เท้าเหยียบแล้วรู้สึกถึงความอุ่น นุ่มนวล และความเป็นธรรมชาติที่แท้จริง ยิ่งใช้นานวัน สียิ่งสวยขึ้นตามกาลเวลา
3. ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว
สามารถติดตั้งได้ทั้งระบบ “ลิ้นรอบตัว (T&G)” หรือระบบ “คลิกล็อค” ทำให้ติดตั้งได้ไวกว่าการปูไม้ปาร์เกต์แบบเดิมที่ต้องมานั่งขัดทำสีหน้างาน ลดฝุ่นและกลิ่นสีไปได้มาก
4. คุ้มค่ากว่า (Better Value)
ในขณะที่ให้ความรู้สึกหรูหราเหมือนกัน พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีราคาถูกกว่าไม้ Solid เกรดเดียวกันถึง 30-40% เพราะใช้ไม้จริงเฉพาะผิวหน้า ทำให้คุณประหยัดงบไปลงกับเฟอร์นิเจอร์ส่วนอื่นได้
ตารางเปรียบเทียบ: ไม้เอ็นจิเนียร์ vs ไม้จริง (Solid) vs SPC
| คุณสมบัติ | พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ | พื้นไม้จริง (Solid) | พื้น SPC |
| วัสดุ | ไม้จริง + โครงสร้างไม้ | ไม้จริงทั้งแผ่น | หิน + พลาสติก |
| ผิวสัมผัส | ธรรมชาติ (อุ่นเท้า) | ธรรมชาติ (อุ่นเท้า) | แข็ง (เย็นเท้า) |
| การทนชื้น/ปลวก | ปานกลาง (ต้องดูแล) | ต่ำ (เสี่ยงปลวก/ชื้น) | สูงมาก (กันน้ำ 100%) |
| การยืดหดตัว | ต่ำมาก (เสถียร) | สูง (เสี่ยงโก่ง) | ต่ำมาก |
| ราคา | ปานกลาง – สูง | สูงมาก | ประหยัด – ปานกลาง |
(Tips: ถ้าบ้านคุณมีปลวกหนัก หรือเป็นโซนห้องครัว เราแนะนำให้ใช้ พื้น SPC แทนครับ แต่ถ้าเป็นห้องนอนหรือห้องรับแขกที่ต้องการความหรูหรา ไม้เอ็นจิเนียร์คือคำตอบที่ดีที่สุด)
เลือกไม้ชนิดไหนดี? (Oak vs Teak)
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ของ Double Floor มีสีธรรมชาติ ได้แก่ ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้วอลนัท ไม้โอ้คสีธรรมชาติ และ ไม้โอ้ค ย้อมสีต่าง ๆ และสามารถผลิตได้ตามความต้องการของลูกค้า ทั้งสี และ ขนาดไม้ โดยเราสามารถ ผลิตได้ทั้งแนวตรง ลายก้างปลา และ ลายเชฟรอน โดยชนิดของไม้ 2 ชนิดหลัก ที่นิยมที่สุดในปี 2026:
1. ไม้โอ๊ค (White Oak) – สายมินิมอลต้องมี
ราชาแห่งความมินิมอล ให้โทนสีเหลืองอ่อน สว่าง สบายตา ลายเสี้ยนชัดเจน เหมาะกับบ้านสไตล์ Muji, Japandi, หรือ Nordic
จุดเด่น: ย้อมสีได้ง่าย (ทำสีเทา, สีควันบุหรี่, หรือสีธรรมชาติก็สวย)
2. ไม้สัก (Teak) – ความหรูหราเหนือกาลเวลา
ไม้เศรษฐกิจที่มีน้ำมันในตัวตามธรรมชาติ ช่วยกันปลวกและเชื้อราได้ระดับหนึ่ง ให้โทนสีทองและน้ำตาลเข้ม ดูหรูหรา อบอุ่น และภูมิฐาน
จุดเด่น: ทนทานต่อสภาพอากาศดีเยี่ยม ยิ่งเก่ายิ่งสวย


การดูแลรักษาพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
แม้จะทนกว่าไม้จริง แต่ก็ยังต้องการความใส่ใจ:
❌ ห้ามใช้ม็อบชุ่มน้ำ: ให้ใช้ผ้าหมาดๆ เช็ดถู
✅ ใช้น้ำยาสำหรับพื้นไม้: เพื่อรักษาความเงางามของผิวเคลือบ
✅ ติดแผ่นรองขาโต๊ะ: ป้องกันรอยขีดข่วนจากการลากเฟอร์นิเจอร์
สรุป: พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ เหมาะกับใคร?
ถ้าคุณคือคนที่ “หลงรักสัมผัสของไม้จริง แต่ไม่อยากปวดหัวเรื่องไม้โก่ง และต้องการความคุ้มค่า” พื้นไม้เอ็นจิเนียร์คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ
ที่ Double Floor เราคัดสรรไม้เอ็นจิเนียร์เกรดส่งออก (Export Standard) มีให้เลือกทั้งไม้โอ๊คและไม้สัก พร้อมทีมช่างติดตั้งมืออาชีพที่เข้าใจธรรมชาติของงานไม้ เพื่อให้พื้นบ้านของคุณสวยยาวนานนับ 10 ปี
สนใจดูตัวอย่างไม้จริง ปรึกษาเรื่องสเปกไม้ หรือนัดประเมินหน้างาน (ฟรี ใน กทม.) ติดต่อเราได้ที่:
โทร: 02-398-2228, 062-724-3999
Line ID: @DoubleFloor (มี @ นำหน้า)
Showroom: ดับเบิลฟลอร์ (ใกล้ BTS แบริ่ง) [คลิกดูแผนที่]
ตัวอย่าง ผลงานติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ by Double Floor
ร้าน ALDO ทั่วประเทศ (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผิวหน้าไม้โอ้ค ย้อมสี ปัดเสี้ยน)
ร้าน Lacoste ทั้วประเทศ (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ย้อมสี ปัดเสี้ยน)
ร้านอาหาร Nabezo (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผิวหน้าไม้โอ้ค ย้อมสีสัก)
ร้าน Muji ที่ ZEN @Central World
Regus พระโขนง
Regus บางนา
ร้าน Givenchy ที่ สยามพารากอน (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผิวหน้าไม้โอ้คย้อมสี สำหรับติดตั้งลายก้างปลา)
ร้าน Suvimol ที่ สยามพารากอน (พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผิวน้าไม้โอ้ค ปัดเสี้ยนลึก และ ย้อมสีขาว สำหรับติดตั้ง ลายก้างปลา)
ร้าน Lancôme
















